เหตุการณ์สำคัญวาระปี 2552-2553 พล.ต.นพ. อนุชิต จูฑะพุทธิ

หลังจากที่เราจัดงาน APASL STC 2008 ทำให้เกิด แนวทางการรักษาไวรัสตับอักเสบ บี ขึ้นเป็นครั้งแรก จากนั้นสมาคมโรคตับ ฯ ก็มีเงินเข้ามาเพิ่มขึ้นจากการจัดประชุมระดับนานาชาติในครั้งนั้น ทำให้มีความมั่นคง และ เจริญก้าวหน้ามาขึ้นเรื่อย ๆ 

เหตุการณ์สำคัญ วาระปี 2552-2553

  1. งานประชุมวิชาการประจำปีสมาคมโรคตับ (ประเทศไทย) ครั้งที่ 4 “Vascular Diseases of the Liver” วันที่ 12 – 14 มี.ค. 2552 ณ โรงแรม ดุสิตธานี หัวหิน สมาคมโรคตับ ฯ ได้เรียนเชิญ    Prof. Guadulupe Garcia – Tsao จากประเทศสหรัฐอเมริกา มาบรรยาย ช่วง Chainuvati Lecture หัวข้อ Portal hemodynamic: from research to clinical practice

ในงานประชุมวิชาการปีนั้น มีการจัด gala dinner และ กิจกรรม LS Audition ที่โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ด้วย จำได้ว่าบรรยากาศในงาน gala dinner คราวนั้น ยังอยู่ในความประทับใจของ  หลาย ๆ คน เนื่องจากอาจารย์ธีระ พิรัชวิสุทธิ์ มีดำริให้แผนกทางเดินอาหารของแต่ละสถาบันส่งการแสดงมาเข้าร่วมประกวด

 

  1. งานประชุมวิชาการประจำปีสมาคมโรคตับ (ประเทศไทย) ครั้งที่ 5 “Controversies in Hepatology” วันที่ 11-13 มีนาคม 2553  ณ โรงแรมราวินทราบีชรีสอร์ท แอนด์สปา พัทยา จ.ชลบุรี      ช่วง Chainuvati Lecture เชิญ Prof. Jean-Michel Paulotskyจากประเทศฝรั่งเศส มาบรรยายหัวข้อ How to use virological tools for optimal management of chonic hepatitis C

  2. ระหว่างวันที่ 25 – 28 มี.ค. 2553 คณะกรรมการ APASL 2011 LOC เดินทางไปรับธง APASL ที่งานประชุม APASL 2010 ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน


  1. ระหว่างวันที่ 7-8 พ.ค. 2553 ออกบูธงานประชุม APASL 2011 ที่งาน KASL (Korean Association for the Study of the Liver) Annual Meeting

  2. ระหว่างวันที่ 19-22 ก.ย. 2553 ออกบูธงานประชุม APASL 2011 ที่งานประชุม APDW 2010, Kuala Lumpur

  3. ระหว่างวันที่ 13 – 16 ตุลาคม 2553 ออกบูธงานประชุม APASL 2011 ที่งานประชุม JDDW 2010, Yokohama
  4. แก้ไขข้อบังคับสมาคมโรคตับ ฯ จากฉบับปี 2549 เป็น 2552
    ในข้อ 7.1 โดยเปลี่ยนค่าสมาชิกแรกเข้าเป็นจำนวน 1,000 บาท
    และ ค่าสมาชิกเป็นรายปี ปีละ 300 บาท เป็น ค่าสมาชิกแรกเข้าเป็นจำนวน 1,000 บาท (ตลอดชีพ) และ ข้อที่ 29 เปลี่ยนจาก ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือการประชุมใหญ่วิสามัญ จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม เป็น ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือการประชุมใหญ่ วิสามัญ จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนสมาชิก จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม
Share This: